ถึงเวลาเปลี่ยนค่านิยมวันเด็กได้แล้ว

          วันเสาร์ที่สองเดือนมกราคมของทุกปีตรงกับวันเด็กแห่งชาติ เป็นวันที่เด็กจะได้รับความสำคัญจากผู้ใหญ่แบบจริงจัง ทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน บริษัท ห้างร้าน หน่วยงาน องค์กร ฯลฯ รวมไปถึงภาครัฐ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใหญ่เห็นความสำคัญของเด็กๆ

          เด็กๆ จะได้รับคำขวัญวันเด็กจากนายกรัฐมนตรีเป็นประจำทุกปี ไฮไลท์เด็ดก็คือการเปิดให้เด็กได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล และมีการเปิดสถานที่สำคัญให้เด็กๆ ได้เข้าไปเยี่ยมชมใกล้ชิดเป็นพิเศษ นับเป็นเรื่องดีที่ทำให้เด็กๆ ได้มีโอกาสสัมผัสของจริง และมีประสบการณ์เรียนรู้ในหลากหลายสถานที่

          แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าวัน เด็กในยุคนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นวันเด็กในยุคการตลาดนำ ทำให้รูปแบบของกิจกรรมก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย บรรดาบริษัท ห้างร้าน หรือผู้ประกอบการจำนวนมากก็ใช้วันเด็กในการทำแผนการตลาด หรือชูกลยุทธ์ทางการตลาดแฝงเป็นเป้าหมายมากกว่าที่จะทำกิจกรรมเพื่อเด็ก อย่างแท้จริง

          สถานที่ส่วนใหญ่ก็แข่งกันจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อดึงดูดให้พ่อแม่พา เด็กๆ ไปร่วมกิจกรรมวันเด็กของหน่วยงานหรือองค์กรของตน จึงมีการประชาสัมพันธ์โปรโมทกันสุดฤทธิ์

          ในขณะที่คนเป็นพ่อแม่ก็ ถูกกระตุ้นด้วยต่อมความอยากในการพาลูกเที่ยวงานวันเด็ก ก็ต้องพยายามคัดสรรว่าจะพาลูกไปเที่ยวงานวันเด็กที่ไหนดี และด้วยการประชาสัมพันธ์ที่จูงใจ ทำให้มีตัวเลือกมากมาย ก็เริ่มทำให้พ่อแม่มีวิธีคิดว่าไปที่ไหน “คุ้ม” ในรูปแบบวัตถุมากกว่าที่จะคิดว่าไปที่ไหน “คุ้ม”กับการเรียนรู้ของลูก

          เรียกว่าที่ไหนแจกของเยอะ ก็มักจะพาไปที่นั่น พ่อแม่บางคนถึงขั้นบริหารจัดการให้ลูกไปเที่ยวงานวันเด็กหลายแห่งอีกต่างหาก ไปช่วงเช้าแห่งหนึ่ง ช่วงบ่ายอีกแห่งหนึ่ง และไปจบช่วงเย็นอีกแห่งหนึ่ง

          ค่านิยมของคนเป็นพ่อแม่จากเดิมที่มีต่อวันเด็กคืออยากพาลูกไปเที่ยว ก็เพิ่มไปว่าพาลูกไปรับของแจกที่ไหนดี

          จริงอยู่เด็กควรได้รับความ สำคัญ และวันเด็กก็เป็นสัญลักษณ์ที่ต้องการให้ผู้ใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับเด็ก แต่ปัญหาอยู่ที่รูปแบบของวันเด็กมากกว่า ว่าเราให้ความสำคัญกับเด็กหรือเรากำลังทำร้ายเด็กกันแน่..!!

          เราควรจะถือโอกาสเปลี่ยนค่านิยมใหม่ที่ดีในวันเด็กให้กับลูกหลานของเรากันเถอะค่ะ

ประการแรก สิทธิพิเศษต้องมาพร้อมกับขอบเขต

          เด็กได้เรียนรู้ว่าวันเด็กคือวันที่มีพวกเขาได้รับสิทธิพิเศษ แต่ความหมายของคำว่าสิทธิพิเศษนั้น ผู้ใหญ่ได้อธิบายหรือไม่ ว่าถึงจะได้สิทธิพิเศษก็ต้องมีขอบเขตแค่ไหนอย่างไร มิใช่สามารถทำทุกอย่างได้หมด และไม่ได้หมายความว่าวันเด็กแล้วสามารถทำอะไรก็ได้ อยากได้อะไรก็ได้ แต่ต้องคำนึงถึงความถูกต้องและมีเหตุมีผลด้วย ขณะเดียวกันพ่อแม่ก็ต้องแสดงให้ลูกได้เรียนรู้ว่าเด็กสำคัญทุกวัน

ประการที่สอง ของฟรีถ้าไม่ได้ใช้ก็ไม่ต้องรับ

          เด็กรับรู้มาโดยตลอดว่าวันเด็กจะได้รับของแจกของฟรี แต่เราได้เคยสอนลูกหรือไม่ว่า ถ้าของแจกนั้นเราไม่ได้ใช้ หรือเรามีแล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องเอาก็ได้ เพราะมีเด็กจำนวนมากที่รับของแจก โดยที่ไม่เคยคิดว่าแม้จะได้รับแล้วก็ไม่ได้ใช้ หรือมีมากพออยู่แล้ว แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สิ่งเหล่านี้จะติดตัวเขาไปจนโต ไม่ใช่เห็นว่าเป็นของแจกก็ต้องรับอย่างเดียว แต่เขาควรเรียนรู้ว่าถึงแม้ว่าจะได้รับแจกฟรี แต่ถ้าเราเอาไปแล้วไม่ได้ใช้ก็ไม่ควรเอาไป ควรให้คนอื่นที่เขานำไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า

          ประเด็นนี้ต้องปรับที่พ่อแม่ด้วย เพราะบางทีก็เป็นปัญหาของพ่อแม่ที่อยากได้ ก็เลยให้ลูกไปเอาให้ ถ้าทำเช่นนี้ แล้วเราจะสอนลูกได้อย่างไร

ประการที่สาม สร้างวินัยเริ่มตั้งแต่ฝึกเข้าคิว

          วันเด็กมักจะเป็นวันแห่งโกลาหลทีเดียวเชียว เพราะจะมีผู้คนจำนวนมากเบียดเสียดยัดเยียดกัน และทุกปีก็ต้องประสบปัญหาเรื่องแซงคิวกันเป็นประจำ บางทีก็ถึงขั้นทะเลาะกันก็มี ช่วงเวลาของการฝึกวินัยสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา งานวันเด็กก็เหมือนกัน ควรฝึกให้ลูกรู้จักการเข้าคิว แม้จะพบเห็นคนอื่นทำไม่ถูก ก็สอนให้ลูกได้เรียนรู้ว่าเขาทำไม่ถูกแต่เราก็ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง

ประการสุดท้าย สอนลูกให้รู้จักการ “ให้” ไม่ใช่ “รับ” อย่างเดียว

          พ่อแม่บางคนวางแผนให้ลูกได้รับของขวัญของแจกหลายสถานที่ และบางทีได้แล้วก็ยังอยากได้อีก ลูกก็จะเรียนรู้ที่จะรับอย่างเดียว จะเอาอย่างเดียว เราน่าจะถือโอกาสนี้ในการสอนให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องการให้คนอื่นบ้าง ที่ผ่านมาขัดใจทุกครั้งเมื่อถึงวันเด็ก เพราะทัศนคติและค่านิยมของพ่อแม่ต่อวันเด็กจำนวนไม่น้อยเป็นอันตรายต่อลูกที เดียว ลองสำรวจดูว่าเราเป็นพ่อแม่ที่เอาแต่ได้หรือเปล่า เราคิดแต่จะให้ลูกไปเที่ยวฟรีกินฟรีเอาของฟรีตามสถานที่ที่จัดงาน หรือตั้งใจให้ลูกไปร่วมกิจกรรมการเรียนรู้จริงๆ

          ไม่อยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองสร้างค่านิยมให้ลูกผิดๆ ในช่วงวันเด็ก

          ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องวันเด็กว่ามีความสำคัญอย่างไร ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับเด็กอย่างไร พ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกอย่างไร มีรูปแบบของกิจกรรมวันเด็กมากมายที่ส่งเสริมการเรียนรู้ได้ มิใช่ต้องไปเฉพาะสถานที่ที่ได้รับการโปรโมทหรือจัดงานยิ่งใหญ่มีของแจกมาก มายเท่านั้น

          เราควรสร้างค่านิยมเรื่องวันเด็ก ให้เป็นวันเด็กที่มีคุณค่าสำคัญที่จิตใจมากกว่าที่จะเน้นแค่เรื่องวัตถุเท่านั้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

ASTVผู้จัดการออนไลน์